ความรู้เรื่องค้าปลีก

คิดแบบญี่ปุ่น พีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์ www.peerapong.net

“อากาศเย็นที่ขับสีของดอกซากูระที่ญี่ปุ่นปีนี้ บวกรวมกับบรรยากาศการค้าคึกคัก อดไม่ได้ที่ต้องเก็บเรื่องราวของชาวซามูไร ที่มีข้อเด่นด้านร้านค้าร้านขายของเขามาตีแผ่ความคิดสู่กัน.......”
 
ธุรกิจในระบบเศรษฐกิจใหม่นั้นมีความแตกต่างจากระบบการค้าดั้งเดิมที่มีความชัดเจนบอกได้ว่าเศรษฐกิจการค้าดีหรือแย่ นอกจากนั้นรูปแบบของการค้า ความต้องการของลูกค้าก็เปลี่ยนไป จนกระทั่งทำให้ทุกๆคนในวงจรอยู่ในภาวะของการเป็นทั้งผู้ที่กำลังได้เปรียบและอยู่ในภาวะเสียเปรียบไปพร้อมๆกัน จำเป็นต้องคิดใหม่กำหนดตำแหน่งของธุรกิจให้ชัดเจน การตัดสินใจเข้าไปธุรกิจที่สามารถสร้างขนาดที่เหมาะสม โดยนักธุรกิจที่ลงมือดำเนินการนั้นสามารถกำหนดแผนงานที่ไม่ใหญ่เกินไปตามรูปแบบที่จะผลักดันสภาวะที่ทำให้ต้องแข่งขันที่ธุรกิจยังขาดศักยภาพ ไม่พร้อม เสียเปรียบกับธุรกิจที่มีเงินทุนขนาดที่ใหญ่กว่ามากกว่า   ก็เลยทำให้ต้องเกิดผู้สร้างสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นหรือเติบโตได้จากเรื่องเดียวกัน ทั้งที่เรื่องนั้นเคยมีคนลงมือทำคล้ายกันแต่มีผู้ล้มลงพ่ายแพ้มากมาย  ความต่างของความสำเร็จจึงเป็นเรื่องของการคิดใหม่ที่ดีกว่า แตกต่างออกไป
อย่างที่เขาบอกว่า ต้นกำเนิดของความคิดนั้นมาจากอุปสรรคนั่นเอง ผู้ให้กำเนิดสิ่งใหม่นั้นคือคนที่หยิบยื่นความยากลำบาก ปัญหาที่ต้องหาทางแก้นั่นแหละ
รูปแบบธุรกิจที่เกิดขึ้นในภาวการณ์แข่งขันของโลกใบใหม่ได้นั้นเป็นเพราะว่าความต้องการของผู้บริโภคที่ยังคงมีอยู่แต่เปลี่ยนรูปแบบของความต้องการและจะแสดงออกชัดกับเศรษฐกิจระบบนี้ เป็นความจริงของโลกธุรกิจใบใหม่ที่ธุรกิจจะไม่ได้สร้างด้วยเทคนิควิธีคิดที่จะทำให้ใครกระโดดออกมาร่ำรวยในช่วงเวลาสั้นๆอีกต่อไป การลงมือสร้างในสิ่งที่ก่อประโยชน์ให้ผู้คนในสังคมแท้จริงตอบโจทย์ที่ทุกคนรอคอยได้นั่นแหละจึงเกิดมูลค่าที่แท้จริง
               เรื่องรูปแบบธุรกิจค้าปลีก ที่เน้นความง่ายแต่เหมาะกับพฤติกรรมผู้บริโภค เน้นสินค้าประจำวันที่ต้องใช้และสร้างความรู้สึกที่ มีความคุ้มค่าต่อการจับจ่าย ลักษณะธุรกิจนี้จะเน้นสินค้าหลากหลายโดยไม่เน้นสินค้าที่มีระยะการเก็บรักษาต่ำ เป็นสินค้าที่เห็นและจำเป็นต้องใช้ เช่น อุปกรณ์เครื่องเขียน เครื่องมือง่ายๆที่ใช้ในบ้าน ในครัว แม้กระทั่งเสื้อผ้าเครื่องใช้ของส่วนตัว ทั้งนี้จะเน้นสินค้าที่มีความคิด มีการออกแบบดูดี แต่ราคาไม่สูงมากนัก
               ร้านค้ารูปแบบดังกล่าวมีให้เห็นในประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจค่อนข้างเติบโตแล้ว โดยมีช่องว่างด้านการตลาดค้าปลีกระหว่างธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ และร้านค้าที่เป็นเครือข่ายระบบสาขา หรือแฟรนไชส์ก็ตาม รูปแบบร้านจะเน้นความประหยัด อย่างเช่น ร้าน100 เยน ที่เน้นสินค้าราคาถูกโดยใช้ชื่อว่า Daiso ไดโซะ  ของประเทศญี่ปุ่น ร้าน One Dallar ในจีน ที่นำความคิดของร้าน The 2$ Shop ในนิวซีแลนด์มาปรับ หรือ ร้าน Dollar Store และร้านแบบ 99 เซนต์ ในอเมริกา ร้าน ปอนด์แลนด์ Poundland ในอังกฤษ เป็นต้น
ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกเน้นการนำเสนอราคา ร้าน100 เยนหรือร้าน ไดโซะ Daiso คือการเน้นขายสินค้าในราคา 100เยน ราว 30 บาทซึ่งเท่ากับเหรียญของญี่ปุ่นที่มีค่าสูงสุดก่อนจะขยับมูลค่าเริ่มเป็นธนบัตร เนื่องจากญี่ปุ่นค่อนข้างเป็นสังคมที่รักษาขนบธรรมเนียมไว้ได้อย่างดี การใช้เหรียญของสตางค์ในการใช้จ่ายยังเป็นที่นิยม เหรียญมูลค่า 100 เยนจึงยังเป็นเรื่องคุ้นเคย และราคาสินค้าในระดับดังกล่าวบ่งบอกถึงความคุ้มในการจับจ่าย
               ร้านร้อยเยนนั้นมีเรียกได้หลายชื่อ เช่น Daiso ไดโซะ หรือ Hyakkin ที่สื่อความหมายของร้านค้าสินค้าหลากหลายราคาถูก รูปแบบของร้านค้ามีการตกแต่งง่ายๆ ป้ายหน้าร้านขนาดใหญ่เด่น เขียนตัวเลข 100 ชัดเจนเป็นสัญลักษณ์ ปัจจุบันในญี่ปุ่นมีสาขาประมาณ 2,500 สาขาและมีการเปิดในต่างประเทศในระบบแฟรนไชส์อีกไม่น้อยกว่า 470 สาขา ในแต่ละปีไดโซะมียอดขายประมาณ สามแสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือ สิบสองล้านล้านบาทไทย เท่ากับว่าร้านไดโซะนั้นมีส่วนแบ่งการตลาดกว่า 60% ในตลาดร้านค้าปลีกสินค้าทั่วไป สินค้าในร้านไดโซะนั้นจะเป็นสินค้าประจำวันทั่วไป เช่น แปรงสีฟันแป้งทาหน้า เครื่องใช้สำนักงาน ไม้แขวนเสื้อ เครื่องใช้พลาสติก ลิปสติก ไม่ขัดพื้น เรียกได้ว่ามีสินค้าจิปาถะแต่มีการจัดวางและการบริหารสินค้าคงคลังอย่างดี
               ร้านไดโซะมีอำนาจการจัดซื้อที่ดีเนื่องจากการจัดซื้อสินค้าจำนวนมาก และการจัดหาสินค้าได้ทั่วโลกอาศัยการต่อรองและเป็นแหล่งรองรับสินค้าใหม่ที่เข้ามาในตลาด ทำให้ไดโซะมีสินค้าหลากหลายและราคาถูก
ทั้งนี้วิธีการให้บริการภายในร้านวางสินค้าที่ใกล้เคียงกันในราคาเดียวกัน การบริหารราคาขายและอัตรากำไรมาจากการบริหารภาพรวมกำไรโดยบริษัทแม่ สินค้ามีการบริหารการจัดซื้อจัดส่งโดยวางระบบโลจิสติกได้อย่างดี มีการใช้คอมพิวเตอร์เข้ามาควบคุมการบริหารงานทั้งระบบ ทั้งนี้สินค้าในระบบทั้งหมดมากกว่า 40,000 รายการ โดยมีการจัดการหน้าร้านให้มีสินค้าประมาณ 3,000 รายการต่อร้านค้า การบริหารสินค้าให้หมุนเวียนจัดทำร่วมกับการส่งเสริมการขาย ร้าน 100 เยนได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องและถือว่าเป็นระบบธุรกิจค้าปลีกร้านค้าขนาดเล็กกระจายสู่พื้นที่ชุมชน ที่เน้นร้านค้าให้บริการของชุมชนที่มีจุดยืนและรูปแบบชัดเจน
               การค้าการขายบางทีก็แปลก ดูเหมือนง่ายดายเพียงแค่กระพริบตาถ้าหากแนวคิดและการวางแผนลงตัว ความสำเร็จก็เหมือนเทวดาจับวาง แต่บางครั้งคิดไม่จบหาตัวเองไม่เจอ หมุนแล้วหมุนอีก เหนื่อยจนหอบหายใจไม่ทันความสำเร็จก็ยังเหมือนไกลเกินฝัน ดังนั้นการจะคิดจับจุดที่แท้จริงน่าจะหยุดคิดและเริ่มมองให้กระจ่างเสียก่อนแต่เริ่มต้น เข้าใจตัวเองเข้าใจลูกค้า ช้าไปอีกนิดน่าจะดีกว่ามัวเร่งกระบวนการเพื่อจะหาสถานีปลายทางที่มีชื่อว่า สำเร็จ แต่สุดท้ายกลับไม่ได้ไม่มีซักที.