ข่าวสารและกิจกรรม

2561 สมรภูมิยักษ์ค้าปลีกสัญชาติไทย

18 ตุลาคม 2560 นับจากปี 2537 เป็นต้นมา ธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทยได้เปลี่ยนวิถีชีวิตผู้คนไปจากอดีต  ด้วยรูปแบบค้าปลีกที่สะดวกสบาย  เมื่อกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ในประเทศได้ลงสนามแข่งขันการปั้นห้างค้าปลีกสมัยใหม่ หรือ Modern Trade  แต่ตลอด 20 ปีที่ผ่านมาก็ไม่ได้ราบรื่นนัก  ดูได้จากการเปลี่ยนมือไปสู่นักลงทุนข้ามชาติเมื่อครั้งวิกฤติเศรษฐกิจ 2540 จนมาถึงวันนี้การเปลี่ยนกลับมาอยู่ในมือทุนไทยทั้งทางตรงและทางอ้อมจึงเป็นปรากฏการณ์ที่น่าติดตามไม่น้อยว่าในปี 2561 จะกลับมาเป็นการเปิดสมรภูมิค้าปลีกยักษ์ใหญ่สัญชาติไทยอีกครั้งหรือไม่ .
 
Big C
          เครือเซ็นทรัลและเครืออิมพีเรียลร่วมก่อตั้งบริษัท เซ็นทรัล ซูเปอร์สโตร์ จำกัดในปี 2536 และเปิด ไฮเปอร์มาร์เก็ตดั้งเดิมสาขาแรกบนถนนแจ้งวัฒนะ ในปี  2537  ต่อมาได้มีปรับโมเดลธุรกิจผสมในลักษณะค้าปลีกและให้เช่าพื้นที่ และมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่มีรายได้ระดับปานกลางถึงล่าง
          ใน 2542 บริษัท Casino Guichard-Perrachon ค้าปลีก อันดับสองของฝรั่งเศส ได้เข้าเพิ่มทุนและกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และในปี 2554 กลุ่มคาซิโนชนะการประมูลซื้อกิจการคาร์ฟูร์ในประเทศไทย จำนวน 43 สาขา ทำให้สามารถมีสาขาในใจกลางเมืองและ เพิ่มรูปแบบสาขา 2 ประเภทคือ รูปแบบบิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า สำหรับสาขาคาร์ฟูร์เดิมที่มีกลุ่มลูกค้ารายได้ระดับปานกลางถึงสูง และรูปแบบบิ๊กซีจัมโบ้ เพื่อให้บริการแก่ผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจจัดเลี้ยง รวมถึงครอบครัวขนาดใหญ่
          ต่อมาในปี 2559 บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่ากลุ่มคาสิโนได้ขายให้กับ บริษัท ทีซีซี กรุ๊ป จำกัด ของนายเจริญ สิริวัฒนาภักดี ภายใต้การบริหารงานของบริษัท เบอร์ลี่ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน)  ซึ่งภายหลังทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ ส่งผลให้ กลุ่มบีเจซีธุรกิจสัญชาติไทยถือหุ้นในบิ๊กซีรวมทั้งหมด 97.94% ปัจจุบันมีสาขาอยู่ทั่วประเทศไทย ลาว และเวียดนาม


Tesco Lotus
          ไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ของไทยถือกำเนิดในปี 2537 โดยกลุ่ม C.P. (เครือเจริญโภคภัณฑ์) ใช้ชื่อว่าโลตัสซูเปอร์เซ็นเตอร์ (Lotus SUPERCENTER) ในนามของบริษัทเอก-ชัย ดิสทริบิวชั่นซิสเทม จำกัด มาถึงช่วงวิกฤติเศรษฐกิจเมื่อปี พ.ศ. 2541 กลุ่ม C.P.จำต้องขายหุ้นให้กับกลุ่มเทสโก้(TESCO) กลุ่มธุรกิจค้าปลีกข้ามชาติจากสหราชอาณาจักร และได้กลายมาเป็น เทสโก้ โลตัส (TESCO Lotus) จนถึงปัจจุบัน
 
จับตาการผนึกกำลังของ 2 ค้าปลีกไทย-เทศ
          ล่าสุดเมื่อ 7 กันยายน 2560 บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN  ภายใต้กลุ่มเซ็นทรัล ซึ่งมี Tops Supermarket ซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ( เกิดขึ้นจากการควบรวมกิจการในส่วนซูเปอร์มาร์เก็ตของ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล และ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน เข้าด้วยกัน เมื่อ พ.ศ. 2537 เปิดดำเนินการ ตั้งแต่ พ.ศ. 2539 โดยกลุ่มธุรกิจสายงานสินค้าอุปโภค บริโภค   มีสาขารวมทั้งหมด 250 สาขาทั่วประเทศใน พ.ศ. 2559 และตั้งเป้าขยายสาขาครบ 600 สาขาภายใน พ.ศ. 2564 ) ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ว่า  ได้เปิดบริษัทร่วมทุนกับเทสโก้ โลตัส ในนาม “บริษัท ซินเนอร์จิสติก พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปมนท์ จำกัด” ขึ้นมาด้วยทุนจดทะเบียนเบื้องต้น 100,000บาท เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต ในการร่วมทุนครั้งนี้ บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา ถือหุ้นสัดส่วน 50% และบริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจห้างโมเดิร์นเทรด “Tesco Lotus” ถือหุ้น50%
          การหวนกลับมาลุยธุรกิจโมเดิร์นเทรดอีกครั้งของบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นแนวหน้าของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการอสังหาฯ ประเภท “ห้างค้าปลีก” เป็นศูนย์การค้าและปล่อยพื้นที่ให้เช่า (ปัจจุบันมีโปรเจกต์อยู่ 32แห่งทั่วประเทศ) ซึ่งซีพีเอ็นมีการลงทุนขยายศูนย์การค้าใหม่ๆ ประมาณ1-1.5หมื่นล้านบาทต่อปี และ 2 ปีข้างหน้าจะลงทุนต่อเนื่อง2-3หมื่นล้านบาท และยังมีโครงการรูปแบบผสมผสาน (มิกซ์ยูส) ทั้งศูนย์การค้า โรงแรม อาคารสำนักงาน (ออฟฟิศ) ที่อยู่อาศัย
         เมื่อมา“ผนึก” กับเทสโก้ โลตัสเป็นโมเดิร์นเทรดเบอร์ 1 ของเมืองไทยที่บริษัทแม่ในอังกฤษมีนโยบายหนุนธุรกิจในไทยเต็มที่  จนปัจจุบันมีสาขามากถึง 1,900 สาขา ครอบคลุม 73 จังหวัด  และมีเป้าหมายขยายสาขาให้ได้ 2,000 สาขาทั่วประเทศ

         การตั้ง “บริษัทร่วมทุน” ในครั้งนี้เป็นที่น่าจับตาว่าทั้ง 2 บริษัท จะนำความเข้มแข็งของทั้ง 2 ฝ่ายที่มี สร้างโอกาสธุรกิจค้าปลีกให้เกิดขึ้นในรูปแบบใด  เพื่อต่อกรกับคู่แข็งสายแข็งอย่างบิ๊กซีภายใต้ร่มเงาของทีซีซีกรุ๊ป