ข่าวสารและกิจกรรม

ปัจจัยที่มีผลต่อธุรกิจค้าปลีกอีกอย่าง คือ "Generation" มาลองดูกรณีศึกษา คนเจนมิลเลนเนียล กันดีกว่าครับว่ามีผลอย่างไรกันบ้าง

17 กันยายน 2560

Bank of America Merrill Lynch เผยพฤติกรรมการใช้จ่ายของคน 4 Generations ประกอบด้วย กลุ่ม Millennials, กลุ่ม Gen X, กลุ่ม Baby Boomers และ กลุ่ม Traditionalists (กลุ่มที่มีแบบแผนชีวิตแบบคนรุ่นก่อนๆ) พบว่า ปัจจุบันผู้บริโภคกลุ่ม Millennials ใช้จ่ายเงินไปกับร้านอาหารมากที่สุด (23.8%) รองลงมาคือ ใช้บริการใน Grocery Store หรือซูเปอร์มาร์เก็ต และไฮเปอร์มาร์เก็ต (21.7%) และการใช้จ่ายอันดับสาม คือ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์/ของสะสมที่เป็นงานอดิเรก/เสื้อผ้า (18.5%)

ตรงกันข้ามกับผู้บริโภคกลุ่ม Generation X, Baby Boomers และกลุ่ม Traditionalists ที่ใช้เงินไปกับการจับจ่ายที่ Grocery Store หรือซูเปอร์มาร์เก็ต-ไฮเปอร์มาร์เก็ตมากกว่าใช้บริการร้านอาหาร

ถึงแม้ฐานลูกค้าซูเปอร์มาร์เก็ต และไฮเปอร์มาร์เก็ต ครอบคลุมผู้บริโภคทุก Generation โดยมีฐานลูกค้าใหญ่เป็นคนกลุ่มอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป แต่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าคน Millennials เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีศักยภาพ ทั้งด้านกำลังซื้อ อำนาจการตัดสินใจ และอนาคตที่จะเติบโตเป็นวัยผู้ใหญ่

นี่เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ “ซูเปอร์มาร์เก็ต” และ “ไฮเปอร์มาร์เก็ต” หันมาให้ความสำคัญกับกลุ่มสินค้า “อาหารสด” และเปิดพื้นที่ “Lifestyle Dining” เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้เป็นมากกว่าการมาซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคเข้าบ้าน ซึ่งขณะนี้ในเมืองใหญ่หลายประเทศ เช่น อเมริกา, ญี่ปุ่น เกิดซูเปอร์มาร์เก็ตแนวคิดใหม่ที่เรียกว่า “Grocerants” มาจาก Grocery Store + Restaurants ที่มีการจัดสรรพื้นที่ส่วนหนึ่งของซูเปอร์มาร์เก็ต – ไฮเปอร์มาร์เก็ต ให้เป็นโซน Dining

เมื่อมองกลับมาประเทศไทย เวลานี้กำลังเดินตาม Mega Trend ดังกล่าว เนื่องจากสังคมเมืองขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ (Urbanization) สิ่งที่ตามมา คือ การเปลี่ยนแปลงด้านวิถีชีวิตของคนในสังคม ที่เร่งรีบ ต้องการความสะดวกสบาย และใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านมากขึ้น ซึ่งไม่แตกต่างจากมหานครใหญ่ของโลก โดยเฉพาะคนกลุ่ม Millennials เป็นผู้บริโภคที่มีกิจกรรมนอกบ้านตลอด ซึ่งตามมาด้วยการใช้บริการร้านอาหารมากขึ้น

ปัจจุบันทั้งเชนซูเปอร์มาร์เก็ต และไฮเปอร์มาร์เก็ตยักษ์ใหญ่ในไทย ต่างมุ่งไปในทิศทางดังกล่าวเช่นกัน โดยปรับสู่การเป็น “Food Retail” หรือ “Food Store” อย่างเต็มรูปแบบ นับเป็นอีกหนึ่งพัฒนาการครั้งใหญ่ของค้าปลีกทั้งสองเซ็กเมนต์นี้ เพราะในอดีตซูเปอร์มาร์เก็ต และไฮเปอร์มาร์เก็ต เน้นจำหน่ายสินค้าของใช้ภายในบ้าน และของกินที่เป็น Dry Food แต่ปัจจุบันได้เพิ่ม Fresh Food เช่น ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ เบเกอรี่ ฯลฯ มากขึ้น พร้อมทั้งเปิดพื้นที่ Dining Zone 

ที่สำคัญ สินค้ากลุ่มอาหารสด และพื้นที่ Lifestyle Dining เป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญในการสร้าง Store Experience ที่แตกต่างจากคู่แข่งได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะนำไปสู่การสร้าง “Store Loyalty” ในกลุ่มลูกค้า อีกทั้งกลุ่มสินค้าอาหารสด สร้าง Margin ได้ดีกว่าของใช้ภายในบ้าน